12 เดือน 12 ประเพณี เทศกาลและงานประเพณีของชาวลาว

ประเพณีและวัฒนธรรมของลาว สืบต่อกันมาอย่างช้านาน และยังมีการคงประเพณีดั้งเดิมเอาไว้อยู่อย่างต่อเนื่อง โดยจะเรียกว่าฮีตสิบสอง ซึ่งคำว่าฮีตในที่นี้ ในภาษาลาวจะหมายถึงจารีต ส่วนคำว่า 12 ก็หมายถึงว่ามี 12 เดือนใน 1 ปีนั่นเอง แต่ละพื้นที่ของชาวลาวก็จะมีการจัดประเพณีแตกต่างกันไป แต่จะมีเพียงชาวหลวงพระบางเท่านั้น ที่มีประเพณีครบทั้ง 12 เดือน

เดือนมกราคม ประเพณีบุญกองข้าว

ประเพณีบุญกองข้าว จะเป็นการทำบุญขวัญข้าว หลังการเก็บเกี่ยว โดยจะมีการนิมนต์พระมาสวดเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนที่จะนำข้าวเก็บข้าวใส่ยุ้งฉาง โดยมีความเชื่อว่า จะช่วยให้การทำนาได้ผล น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ บางส่วนก็จะมาช่วยกันทำอาหารเลี้ยงพระ ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเพณีงานบุญร่วมกันของชุมชนชาวลาวในแต่ละพื้นที่ด้วย

เดือนกุมภาพันธ์ ประเพณีบุญข้าวจี่

ประเพณีของลาว มักจะผูกพันอยู่กับพื้นดินและพื้นน้ำ ประเพณีบุญข้าวจี่ บรรดาชาวนาจะมีการนำข้าวจี่ โดยใช้ข้าวเหนียวปั้น ทาเกลือ แล้วนำไปเสียบไม้ย่าง และจะมีการทาไข่แดง ภายนอกพื้นผิว ระหว่างทำการย่าง เมื่อสุกแล้วก็จะถอดไม้เสียบออก แล้วก็จะมีการนำน้ำตาลอ้อยยัดเข้าไปตรงกลาง เพื่อทำเป็นไส้ แนะนำไปถวาย ให้แก่พระสงฆ์

ประเพณีนี้มีที่มาดั้งเดิม โดยเชื่อว่าในสมัยพุทธกาลนั้น นางปุณณทาสี ได้นำแป้งข้าวจี่ ไปถวายให้แก่พระพุทธเจ้า ซึ่งในใจของนางก็คิดว่าข้าวจี่เป็นเพียงขนมที่ต่ำต้อย พระพุทธเจ้าคงไม่ฉัน พระพุทธเจ้ารู้ถึงจิตใจของนาง จึงฉันแป้งข้าวจี่ต่อหน้านางปุณณทาสี ทำให้นางเกิดความปีติเป็นอย่างมาก ซึ่งก็เป็นที่มาของประเพณีบุญข้าวจี่ของประเทศลาวจนถึงทุกวันนี้

เดือนมีนาคม ประเพณีบุญพระเวส

ในเดือนมีนาคมจะมีการจัดประเพณีงานบุญมหาชาติ มีการเทศน์ 13 กัณฑ์ภายในวันเดียว โดยเรื่องราวที่เทศน์จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระเวสสันดร ซึ่งเป็นพระชาติสุดท้ายของพระบรมโพธิสัตว์ ก่อนที่จะมาประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

โดยพิธีงานบุญพระเวส ชาวบ้านจะ ช่วยกันประดับประดาโรงธรรม มีการจัดรูปขบวนแห่พระเวสสันดร และนางมัทรีออกจากป่าเข้าเมือง รวมทั้งในวันนั้นจะมีการเทศน์มหาเวสสันดรตลอดวัน ซึ่งประเพณีนี้ก็คล้ายเคียงกับประเทศไทยที่มีการเทศน์มหาเวสสันดรชาดก ในวันบุญสำคัญต่างๆ

เดือนเมษายน ประเพณีงานบุญสงกรานต์

เช่นเดียวกันกับประเทศไทย ที่ถือเอาวันขึ้นปีใหม่ไทยเป็นวันสงกรานต์ ชาวลาวก็ถือว่าวันบุญสงกรานต์ เป็นวันปีใหม่ของพวกเขาเช่นกัน โดยวันแรกของงานจะเรียกว่า วันสังขารล่อง ชาวบ้านจะไปจับจ่ายซื้อของ รวมทั้งมีการประดับประดาธงรูปพระพุทธเจ้า นอกจากนี้ยังนำทงดังกล่าวไปปากองเจดีย์ทรายริมแม่น้ำโขง ในช่วงเย็นก็จะมีการลอยกระทง เพื่ออธิษฐาน ให้ทุกข์โศกโรคภัยลอยไปกับกระทงนั้นด้วย

โดยประเพณีงานบุญสงกรานต์ของชาวลาว จะจัดต่อเนื่องกัน 4 วัน ในวันสุดท้ายจะมีการแห่พระบาง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่เมืองหลวงพระบาง และนำมาอัญเชิญให้ชาวเมืองได้สรงน้ำกันปีละครั้ง ซึ่งในพื้นที่อื่นๆก็จะมีการนำพระพุทธรูปคู่เมือง ออกมาให้บรรดาชาวบ้านได้สรงน้ำเช่นกัน

เดือนพฤษภาคม ประเพณีบุญบั้งไฟ

เช่นเดียวกับที่ชาวอีสาน สืบประเพณีนี้ต่อกันมาอย่างช้านาน ประเพณีบุญบั้งไฟ ถือเป็นเครื่องหมายของความสามัคคีและมิตรภาพ เป็นประเพณีที่ใช้ในการขอฝน และต่อสู้กับภัยแล้ง นอกจากนี้ประเพณีบุญบั้งไฟ ยังถือว่าเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าฤดูการทำนากำลังจะเข้ามาถึงแล้ว

เดือนมิถุนายน ประเพณีบุญซำฮะ

เป็นประเพณีงานบุญที่จัดขึ้นเพื่อการชำระล้าง เรื่องที่ไม่ดี ที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง โดยชาวบ้านจะมีการตั้งปะรำพิธีทำบุญในหมู่บ้านเป็นเวลา 3 วัน มีการนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ และมีการถวายสังฆทาน เหล่าผู้สูงวัยในหมู่บ้านก็จะมีการผูกข้อมือให้ศีลให้พรแก่ผู้น้อย สุดท้ายจะมีการสาดกรวดทรายไปทั่วหมู่บ้าน เอาหลักไปตอกฝังทั้ง 8 ทิศ และจะมีการทำความสะอาด นำสิ่งปฏิกูลต่างๆ ออกไปทิ้งหรือไปเผา ทำความสะอาดบ้านให้เรียบร้อย

เดือนกรกฎาคม งานบุญเข้าพรรษา

เช่นเดียวกับหลายประเทศที่นับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก ประเพณีเข้าพรรษา ก็คือช่วงเวลาที่พระภิกษุ จะต้องอยู่จำพรรษาที่วัดใดวัดหนึ่งตลอด 3 เดือน ชาวบ้านจะมีการถวายภัตตาหารเช้า พร้อมทั้งเครื่องใช้ต่างๆที่จำเป็นแก่พระสงฆ์ มีการทำบุญถวายผ้าไตรจีวร ยารักษาโรค เทียนจำพรรษา ผ้าอาบน้ำฝน ซึ่งประเพณีงานบุญเข้าพรรษาก็จะคล้ายคลึงกับประเพณีเข้าพรรษาของไทยเช่นเดียวกัน

เดือนสิงหาคม ประเพณีบุญห่อข้าวประดับดิน

เป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาอย่างช้านานของชาวลาวโดยมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าบุญเดือนเก้าโดยมีความเชื่อมาจากนิทานธรรมว่าญาติของพระเจ้าพิมพิสารได้ยักยอกเอาเงินวัดไปเป็นของตนและเมื่อตายไปแล้วก็ได้ไปเกิดเป็นเปรตอยู่ในนรก เมื่อพระเจ้าพิมพิสารได้ถวายทานแด่พระพุทธเจ้าในครั้งนั้นพระเจ้าพิมพิสารไม่ได้อุทิศส่วนกุศลให้ พอตกกลางคืน บรรดาพวกญาติที่ตายเป็นเปรตก็มาแสดงตัวเป็นเสียงให้น่ารำคาญน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง รุ่งเช้าพระเจ้าพิมพิสารจึงได้เสด็จไปทูลถามกับพระพุทธเจ้า จึงได้ความว่าเมื่อทำบุญแล้วไม่ได้อุทิศส่วนกุศลไปให้คนที่ตายไป พวกเขาจึงมาขอส่วนบุญ ดังนั้นแล้วพระเจ้าพิมพิสารจึงได้ถวายทานอีกครั้งพร้อมได้ตั้งจิตอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต จึงเป็นที่มาของประเพณีนี้ขึ้น

งานบุญห่อข้าวประดับดินจะเริ่มกันตั้งแต่เช้ามืดโดยชาวบ้านจะมีการนำกรวยใบตองห่อข้าวรวมทั้งใส่อาหารคาวหวาน หมากพลู บุหรี่ จากนั้นก็จะเอาไปวางตามพื้นดินใต้ต้นไม้หรือริมรั้วบ้าน เพื่อเป็นทานให้แก่เหล่าภูตผีปีศาจไร้ญาติ ตามความเชื่อที่ว่า เหล่าบรรดาภูตผีปีศาจจะสามารถออกมาทานอาหารได้ก่อนที่แดดจะส่องเท่านั้น

เพราะถึงรุ่งสางชาวบ้านก็จะพากันทำบุญตักบาตร และตั้งจิตอธิษฐานอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ ญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไป สำหรับหลวงพระบาง ช่วงสายจะมีการจัดแข่งเรือยาวที่แม่น้ำคาน ชาวบ้านก็จะพากันไปดูกันอย่างสนุกสนาน

เดือนกันยายน ประเพณีบุญข้าวสาก

ประเพณีบุญข้าวสากหรืองานบุญเดือนสิบ จะนิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 เป็นประจำทุกปี ประเพณีบุญข้าวสาก จะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยจะมีการทำสลาก เขียนบันทึกคำอุทิศส่วนกุศลใส่เศษกระดาษ บันทึกชื่อของผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคหรืออุทิศส่วนกุศลนั้น และชื่อผู้รับ บางครั้งยังมีการเขียนบอกให้มารับส่วนกุศลไปด้วย

ประเพณีบุญข้าวสารนอกจากจะอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้ว ชาวลาวยังถือว่าเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับเปรตไร้ญาติที่จะต้องกลับไปอยู่ในที่ของตนในช่วงเวลานี้อีกด้วย

เดือนตุลาคม ประเพณีไหลเรือไฟ

ประเพณีไหลเรือไฟจะนิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ซึ่งจะตรงกับวันออกพรรษาพอดี ช่วงเช้าจะมีการตักบาตรเทโว กวนข้าวทิพย์ และมีการจัดขบวนแห่ปราสาทผึ้ง เพื่อนำไปถวายพระในช่วงค่ำ โดยเชื่อว่าเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับ

เดือนพฤศจิกายน งานบุญกฐิน

งานบุญกฐินจะเป็นการถวายผ้าจีวรให้กับพระสงฆ์ โดยมีความเชื่อว่า ในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุบางรูปที่ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในช่วงฝนตก ทำให้ผ้าจีวรเปียก พระพุทธเจ้าจึงมีพุทธบัญญัติให้พระภิกษุแสวงหาผ้าและรับผ้ากฐินจากชาวบ้านเพื่อมาเปลี่ยน ในยามที่จีวรเปียก ชาวบ้านจึงได้จัดจีวรมาถวายพระภิกษุสงฆ์ในช่วงเวลาดังกล่าว และกลายมาเป็นประเพณีทำบุญกฐินมาจนปัจจุบันนี้

เดือนธันวาคม ประเพณีงานบุญเข้ากรรม

ประเพณีนี้เกี่ยวข้องกับทางพระพุทธศาสนา โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ภิกษุที่ต้องอาบัติขั้นสังฆาทิเสส กล่าวคือมีอาบัติแต่ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นปาราชิก ให้เข้าพิธีกรรมปลงอาบัติ ด้วยการอยู่ในเขตหรือพื้นที่ที่จำกัด เพื่อชำระล้างจิตใจให้สะอาด

โดยหลังที่ออกจากปริวาสกรรมแล้ว พระสงฆ์จะต้องทำพิธีประกาศให้รู้ว่าพระสงฆ์รูปนั้นมีความบริสุทธิ์แล้ว การทำบุญเข้ากรรมในวันที่พระภิกษุออกจากปริวาสกรรม ก็จะเหมือนกับได้ทำบุญกับพระภิกษุที่บริสุทธิ์ ซึ่งชาวลาวจะให้ความสำคัญกับวันนี้มาก